ถั่วแขก (Bush bean)

ถั่วแขก (Bush bean) มีลักษณะเหมือนถั่วฝักยาว แต่มีขนาดสั้นกว่า ให้รสชาติหวานและกรอบ มีโปรตีนสูง อุดมด้วยธาตุเหล็ก แคลเซียมและวิตามินซี ซึ่งมีความสำคัญต่อการสร้างเม็ดเลือด อีกทั้งวิตามินซียังช่วยให้ร่างกายดูดซึมธาตุเหล็กได้ดีขึ้น นิยมนำมาลวกเป็นเครื่องเคียงในสเต๊ก ผัดน้ำมันหอยหรือนำมาลวกจิ้มน้ำพริก

ถั่วแขก (Bush bean)

ถั่วแขกมีต้นกำเนิดอยู่ในประเทศแมกซิโก หลังจากนั้นได้มีการนำมาปลูกในประเทศตะวันออกกลาง เป็นพืชที่เจริญเติบโตได้ดีในเขตร้อนชื้น ชอบดินรุ่นซุย ถั่วแขกเป็นพืชล้มลุก มีอายุ 2 – 3 ปี ซึ่งมีด้วยกัน 3 สายพันธุ์ คือ พันธุ์พุ่ม พันธุ์เลื้อยและพันธุ์กึ่งเลื้อย ผู้คนนิยมรับประทานถั่วแขกเนื่องจากมีสารอาหารอยู่หลายชนิด ได้แก่ โปรตีน แคลเซียม ธาตุเหล็ก และวิตามินซี

ถั่วแขก (Bush bean)

ถั่วแขกเป็นมีรสชาติหวานอร่อย เต็มไปด้วยสารอาหารที่ช่วยส่งเสริมการทำงานของร่างกาย ทำให้สุขภาพแข็งแรง ในส่วนของความงามยังช่วยบำรุงผิวพรรณให้สดใส เพราะมีสารต้านอนุมูลอิสระสูง การทานถั่วแขกเป็นประจำจึงเป็นวิธีชะลอวัยได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญยังสามารถนำถั่วแขกไปประกอบเมนูอาหารได้อีกหลากหลายเมนูเลยทีเดียว

ถั่วแขก (Bush bean)

ถั่วแขก สามารถปลูกได้ในทุกภาคของไทย เติบโตได้ดีในช่วงอุณหภูมิ 19-27 ºC ดังนั้น การปลูกในฤดูหนาวจะได้ผลดีกว่าฤดูอื่น ซึ่งทั่วไปมักปลูกหลังการเก็บเกี่ยวข้าว หากปลูกในช่วงหน้าแล้งหรือหน้าฝนที่ฝนตกชุมมักมีผลทำให้ดอกร่วงง่าย ส่วนดินปลูก ถั่วแขกชอบดินร่วนปนทราย

ถั่วแขกที่พบปลูกในไทยได้แก่ ถัวแขกพุ่ม และถั่วแขกเลื้อย ส่วนถัวแขกที่สามารถให้ผลผลิตดี ได้แก่ ถั่วแขกพุ่มพันธุ์โบรเคอร์ (Broker) ซึ่งนำเข้ามาจากประเทศออสเตรเลีย มีลำต้นสูงประมาณ 40-45 เซนติเมตร ทรงพุ่มกว้างประมาณ 30-40 เซนติเมตร ใบกว้างประมาณ 9-10 เซนติเมตร ยาวประมาณ 14 เซนติเมตร ดอกมีสีขาว เริ่มออกดอกประมาณ 34 วัน หลังปลูก และติดฝักที่อายุประมาณ 46-52 วัน หลังปลูก ให้ฝักประมาณ 142 ฝัก/ต้น ฝักกว้าง 0.6-0.9 เซนติเมตร ยาวประมาณ 14-15 เซนติเมตร มีเมล็ดในฝักประมาณ 6-8 เมล็ด เก็บเกี่ยวเมล็ดที่อายุ 90-100 วัน หลังปลูก